เลนส์โปรเกรสซีฟ มาจากภาษาอังกฤษคำว่า Progressive additional lens ซึ่งเป็นการรวมกันของสองความหมายคือคำว่า Progressive ที่แปลว่าการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วน additional ซึ่งหมายถึงการเพิ่มกำลังเลนส์บวกเพื่อให้คนที่มีภาวะสายตายาวตามวัยสามารถอ่านหนังสือได้นั้นเอง
ดังนั้น Progressive additional lens จึงหมายถึงเลนส์ที่มีการเปลี่ยนกำลังเลนส์บวกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องลงบนเลนส์สำหรับมองไกล จนทำให้สามารถอ่านหนังสือได้นั้นเอง ดังนั้นเลนส์โปรเกรสซีฟจึงเป็นเลนส์ที่สามารถมองเห็นได้ทุกระยะ จากระยะไกลถึงระยะใกล้ได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนเลนส์สองชั้นหรือสามชั้นจึงไม่ถือเป็นเลนส์โปรเกรสซีฟ เพราะกำลังเลนส์บวกเพิ่มขึ้นเป็นขั้นๆ นั้นเอง
ส่วนเลนส์บางชนิดที่ถูกออกแบบมาเฉพาะงานบางประเภท เช่น เพื่ออ่านหนังสือกับใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือเลนส์ที่ใช้ในพื้นที่จำกัด เป็นต้น ถึงแม้จะมีการเพิ่มค่าเลนส์บวกอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่ถือว่าเป็นเลนส์โปรเกรสซีฟ เพราะไม่สามารถมองเห็นระยะไกลได้ปกติ เรามักจะเรียกเลนส์กลุ่มนี้ว่า เลนส์เฉพาะทาง (Occupational lenses)
เลนส์โปรเกรสซีฟจะมีพื้นที่บริเวณหนึ่งที่เรียกว่า Progressive zone หรือ Corridor zone ซึ่งจะเชื่อมระหว่างพื้นที่ในการมองไกลที่อยู่ด้านบนกับพื้นที่ในการมองใกล้ที่อยู่ด้านล่าง คล้ายทางเลื่อนไฟฟ้าที่เชื่อมชั้นบนกับชั้นล่าง ซึ่งตามธรรมชาติเราจะเหลือบตาลงต่ำและหุบเข้าเพื่อการอ่านหนังสือ Progressive zone นี้เองที่มีโครงสร้างในการเพิ่มค่าสายตาบวกเข้าไปอย่างต่อเนื่องกระทั่งถึงพื้นที่ในการอ่านหนังสือ ทำให้เราสามารถมองเห็นได้ชัดทุกระยะและเป็นที่มาของคำว่า Progressive additional lens
Progressive หรือ Corridor length มีความสำคัญทั้งในแง่ผู้ใช้และผู้ออกแบบ อาจจะมีระยะตั้งแต่ 11, 13, 15, 17 มิลลิเมตรก็ได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบโครงสร้างเลนส์ ในแง่ผู้ใช้กรณีที่เลือกระยะ Corridor สั้น เช่น 11 มิลลิเมตร ระยะของ Corridor จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดคุณสมบัติของเลนส์โปรเกรสซีฟ